วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การมาเยี่ยมชมโรงเรียนภาษาเขมรของผู้อุปถัมภ์

คุณลุงสราวุฒิได้มาเยี่ยมชมโรงเรียนสอนภาษาเขมรที่บ้านศรีมงคล เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ความจริงก่อนหน้าที่คุณลุงจะมาเยี่ยมที่โรงเรียน เราได้มีโอกาสพบคุณลุงแล้วที่โรงเรียนปราสาทภูมิโปน
e">จาก ผู้อุปถัมภ์

คุณลุงเป็นคนใจดี พูดจาไพเราะ น้ำเสียงนุ่มนวล โดยรวมแล้วท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพอย่างยิ่ง คุณลุงบอกว่าคุณลุงเป็นชาวกำปงจาม แต่ว่าได้ย้ายไปอยู่ที่ฝรั่งเศส กว่า 30 ปี แล้ว คุณลุงพูดภาษาเขมรสำเนียงฟังง่ายคล้ายๆเขมรสุรินทร์ ฟังแล้วมีความรู้สึกว่าพวกเราคือคนเขมรด้วยกัน ต่างกันแต่สถานที่เท่านั้น แท้ที่จริงเราคือพวกเดียวกัน
>

คุณลุงเป็นคนคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง สุขภาพแข็งแรงแม้ว่าจะมีอายุมากแล้ว ในวันที่คุณลุงไปเยี่ยมนักเรียนที่โรงเรียนบ้านศรีมงคลนั้น เราได้ให้เด็กอ่านภาษาเขมรให้คุณลุงฟัง คุณลุงชอบมาก คุณลุงยังบอกว่าให้เราขยันสอนภาษาเขมรให้มากๆ ภาษาของเราจะได้คงอยู่สืบไป



ก่อนกลับคุณลุงยังฝากเงินให้เราด้วยจำนวนหนึ่ง คุณลุงบอกว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆจากคุณลุง ความจริงเราก็ไม่อยากรับแต่ด้วยน้ำใจที่งดงามของคุณลุงเราก็รับมาและจะนำเงินส่วนนี้ไปติดตั้งอินเตอร์เน็ตที่บ้าน ขอขอบพระคุณคุณลุงเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา

โรงเรียนบ้านศรีมงคล ของเรานั้นได้มีการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน ตลอดจนศิษย์เก่าของโรงเรียน ครั้งที่ 6 /2552 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา
ตั้งแต่เวลา 09.30 -12.30 น. ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านศรีมงคล




ผู้ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมในครั้งนี้คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน นั่นเอง ในการนี้มีเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้นประมาณ 23 คน จากที่ได้มีหนังสือเชิญประชุมทั้งสิ้น 25 คน




บรรยากาศในการประชุมเต็มไปด้วยความราบรื่น ทุกคนต่างสดชื่นแจ่มใส ไม่มีภาวะเคร่งเครียดแต่อย่างใด สำหรับข้อประชุมที่สำคัญคือ
1. การจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันปีใหม่ ปี 2553 ในวันที่ 30 ธันวาคม นี้
2. การจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2553 ในวันที่ 8 มกราคม นี้
3. การจัดหาครูสอนดนตรีพื้นบ้านให้แก่นักเรียน ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ปราชญ์ชาวบ้านภูมิขนุน 2 ท่าน มาสอน ค่าตอบแทน ชั่วโมงละ 200 บาท
4. การลงแขกปูกระเบื้องที่อาคารอเนกประสงค์โดยขอแรงจากช่างทั้ง 3 หมู่บ้านในเขตบริการคือ บ้านภูมิขนุน บ้านภูมิสวาย และบ้านซีจรูก
5. การจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อสร้างรั้วโรงเรียนให้แล้วเสร็จ ในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กีฬาสีสัมพันธ์โรงเรียนบ้านศรีมงคล

โรงเรียนบ้านศรีมงคล ของเรานั้นได้จัดการแข่งขันกีฬา-กรีฑาสีสัมพันธ์ในโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2552 ในวันที่ 3-4 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ สนามโรงเรียนบ้านศรีมงคล


จาก กีฬา-กรีฑาสีสัมพันธ์โรงเรียนบ้านศรีมงคล


ตอนเช้าของวันแรกนั้น เปิดวันอันแสนตื่นเต้นที่ต่างฝ่ายต่างรอมานานทั้งครูและนักเรียนด้วยการเดินสวนสนามรอบโรงเรียนและรอบหมู่บ้านของบรรดานักกีฬา-กรีฑา ตัวน้อย ๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 -ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เมื่อเดินสวนสนามเสร็จแล้วก็เป็นพิธีเปิดงาน ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก "นายบุญส่ง นนธิจันทร์" ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านศรีมงคลได้ให้เกียรติมาเปิดงานในครั้งนี้


จาก กีฬา-กรีฑาสีสัมพันธ์โรงเรียนบ้านศรีมงคล



เมื่อเปิดงานเสร็จแล้ว บรรดานักกีฬา-กรีฑาตัวเล็กตัวน้อยก็เริ่มการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน โรงเรียนของเรามีนักเรียนทั้งสิ้นจำนวน 106 คน มีครูทั้งสิ้นจำนวน 8 คน จำนวนทีมนักกีฬา-กรีฑา จำนวน 2 สี คือสีเขียวและสีเหลือง อันเป็นสีของโรงเรียนนั่นเอง ครูทุกท่านก็สังกัดสีเหมือนกัน สำหรับเรานั้นสังกัดสีเหลือง

กีฬาสากลที่แข่งขันมีจำนวน 5 ประเภท แบ่งเป็นทีมหญิงทีมชาย ได้แก่ ฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ เปตอง ปิงปอง ส่วนกีฬาพื้นบ้านก็มีจำนวน 2 ประเภทคือ ชักเย่อ และวิ่งกระสอบ สำหรับกรีฑานั้นมีแต่กรีฑาประเภทลู่ แบ่งออกเป็นวิ่งเดี่ยวและวิ่งผลัด



การแข่งขันดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ครูและนักเรียนต่างสนุกสนานร่าเริง ทั้งยังได้แสดงออกถึงความสามารถด้านกีฬาของนักเรียนแต่ละคนด้วย ครูเราก็ไปให้แรงเชียร์อย่างล้นหลาม บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ตลอดระยะเวลา 2 วันนั้น ทั้งครูและนักเรียนไม่ย่อท้อต่อแสงแดดอันร้อนแรงแต่อย่างใด แสงแดดไม่สามารถขวางกั้นความมุ่งมั่นของพวกเราได้เลยแม้แต่น้อย


จาก กีฬา-กรีฑาสีสัมพันธ์โรงเรียนบ้านศรีมงคล



ตอนเย็นของวันที่ 2 ก็มาถึงเวลาสรุปการแข่งขันและมอบรางวัล ผลการแข่งขันในครั้งนี้ทีมที่คว้าชัยชนะได้มากที่สุดคือทีมสีเหลืองอันเป็นทีมที่เราสังกัด (ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ช่วยแต่พากย์เท่านั้น)เมื่อสอบถามและสังเกตจากสีหน้าและท่าทางของนักกีฬา-กรีฑาแต่ละคนนั้น ทุกคนมีใบหน้าที่สดชื่นเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มไม่มีแววตาที่บ่งบอกถึงความเหน็ดเหนื่อยแม้แต่สักนิด สรุปการจัดกิจกรรมว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม


สิ่งที่มองเห็นคือนักเรียนที่เรียนไม่เก่งแต่มีความสามารถในด้านกีฬาก็มีมาก ดังนั้นในสายตาของความเป็นครูคือ "อย่ามองอะไรแต่ในด้านเดียว"

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การอบรมธรรมสัญจร (เชิงบูรณาการ)

ในวันที่ 17 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมานี้ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านศรีมงคล หมู่ที่ 6 ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ได้มีโอกาสได้รับการ อบรมธรรมสัญจร (เชิงบูรณาการ)จากพระอาจารย์วิทยากรอบรมธรรมสัญจร จำนวน 2 รูป นำทีมโดย "พระมหาจิรพัฒน์ อภิวฑฺฒโน" ซึ่งเป็นพระธรรมทูตจากวัดโนนศิลา หมู่ที่ 8 ตำบลยายแย้มวัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์


ในเบื้องแรกนั้นพระอาจารย์ได้ติดต่อกับทางโรงเรียนทางโทรศัพท์กับรองผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อทางโรงเรียนได้รับทราบถึงรายละเอียดในการอบรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ดำเนินการจัดสถานที่และเตรียมความพร้อมในส่วนของนักเรียนตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2552 นั่นเอง

พระอาจารย์ทั้งสองท่านมาตามที่ได้นัดหมายไว้ในเวลา 09.30 น. และดำเนินการอบรมนักเรียนจนถึง 11.30 น. เมื่อถึงเวลาเพล ทางโรงเรียนก็ถวายอาหารเพลแก่ท่านทั้งสอง



พระอาจารย์ที่ดำเนินการอบรมครูและนักเรียนในครั้งนี้คือพระมหาจิรพัฒน์ อภิวฑฺฒโน นั่นเองรูปแบบการอบรมที่น่าสนใจของพระอาจารย์คือการนำเอาสื่อการ์ตูนเรื่องพุทธประวัติ และเรื่องราวข่าวเหตุการณ์จริงเกี่ยวกับโทษของยาเสพติดมาฉายให้ครูและนักเรียนดู


เราสนใจดูการ์ตูนพุทธประวัติมากกว่า เราว่าการ์ตูนก็เหมาะกับผู้ใหญ่เหมือนกันดูแล้วทำให้แนวคิดแบบผู้ใหญ่หยุดอยู่ชั่วขณะ ภาระและความรับผิดชอบต่าง ๆก็หยุดลงเช่นเดียวกัน การที่คนเรามีโอกาสหยุดพักอะไรๆที่เครียดในชีวิตของความเป็นผู้ใหญ่บ้างมันก็ดีเหมือนกัน เพราะมันจะได้ปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปกับสิ่งที่เบาๆ ได้ปลดแอกจากความเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ความเป็นเด็กอีกครั้ง การ์ตูนนี้มีภาพตัวละครที่สวยงาม ฉากในเรื่องมีความหรูหราอลังการและที่สำคัญถ้อยคำที่ใช้ถ่ายทอดเนื้อเรื่องนั้นเป็นถ้อยคำที่ไพเราะเพราะพริ้งนุ่มนวลชวนฟังเหมาะสำหรับเด็กเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ฟังถ้อยคำแล้วมีสุนทรียภาพในการฟังเป็นอย่างยิ่ง ในสังคมทุกวันนี้การใช้ถ้อยคำในชีวิตประจำค่อนข้างจะฟังไม่ค่อยได้ไม่รู้สัตว์ต่างๆ เริ่มมีบทบาทตั้งแต่เมื่อไหร่ บางคนเป็นเอามากพูดคำหนึ่งเรียกชื่อสัตว์คำหนึ่งก็มีให้เห็นบ่อยโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นปัจจุบัน


นอกจากสื่อวีดีทัศน์แล้วพระอาจารย์ยังมีลูกเล่นในการเก็บเด็กให้สงบเงียบไม่เบื่อหน่ายในการฟังที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนบรรยากาศในการฟังโดยการให้เด็กทำท่าต่าง ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปจำนวน 5 ท่า น่าเสียดายที่เราจำท่าต่างๆ ไม่ได้ทั้งหมด พอจะจำอย่างคร่าวๆ ว่า มีท่าตบตัก ตบเข่า ตบมือ อะไรประมาณนี้ พระอาจารย์จะใช้ท่าต่าง ๆ ในตอนที่บรรยายเนี้อความได้นานพอสมควร พอเริ่มรู้สึกว่าว่า
นักเรียนเริ่มขาดความสนใจพระอาจารย์ก็จะแรกความสนใจของนักเรียนโดยการทำท่าทางจำนวน 5 ท่านี้ สลับกันไปสักระยะหนึ่ง นักเรียนที่ทำท่าต่าง ๆ ผิดก็จะเป็นที่หัวเราะครื้นเครง ทำให้สามารถเรียกความสนใจของนักเรียนกลับมาที่หลักธรรมคำสั่งสอนที่พระอาจารย์จะถ่ายทอดต่อไปนั่นเอง



เนื้อหาในการอบรมคือการนำเอาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาสั่งสอนนักเรียนเหมือนการอบรมธรรมทั่วไป ๆ เช่นการชี้ให้เห็นโทษของยาเสพติด การบูชาบุคคลที่ควรเคารพไม่ว่าจะเป็นพระสัมมาพุทธเจ้า บิดามารดา ครูอาจารย์ เป็นต้น


จาก การอบรมธรรมสัญจร (เชิงบูรณาการ)
จาก การอบรมธรรมสัญจร (เชิงบูรณาการ)

ผลจากการเข้ารับการอบรมในครั้งนี้คือครูและนักเรียนได้เข้าใกล้หลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้ามากขึ้นไม่มากก็น้อย สำหรับเราแล้วมีประโยชน์ทางจิตใจมากเพราะเดี๋ยวนี้คนเรามักจะเน้นการดำรงชีวิตที่ยกวัตถุมาเป็นตัวตั้งมากขึ้นจนลืมนึกถึงความสำคัญทางจิตใจ หากคนเรามีโอกาสฟังหลักธรรมคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนาบ้างจิตใจก็แช่มชื่นและมีโอกาสปล่อยวางอะไรๆ ที่หนักอึ้งบ้างและที่สำคัญทำให้จิตใจนั้นอ่อนโยน รู้จักรักและเมตตาผู้อื่น เมื่อทำได้เช่นนี้ได้สังคมก็จะสงบสุขมากขึ้นอย่างแน่นอน


วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคอีสาน ปี 2552

งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคอีสาน ประจำปี 2552


ก่อนอื่น ขอเปลี่ยนคำเรียกตนเองว่า "เรา" แทน คำว่า "ข้าพเจ้า" เพราะว่าฟังดูแล้วเป็นกันเองดี และขอเรียกท่านผู้ชมว่า "เพื่อน ๆ" เพราะฟังแล้วมีความหมายดี และมีความยิ่งใหญ่ในความรู้สึก

วันนี้มีเรื่องจะนำมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์การไปศึกษาดูงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคอีสาน ประจำปี 2552 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ในวันที่ 9 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา


จาก อุบลราชธานี


โรงเรียนบ้านศรีมงคล ของเรานั้น มีโอกาสพาเราและคณะครูในโรงเรียนจำนวน 7 คน ไปศึกษาดูงานนี้ ในวันพุธ ที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา พวกเราเดินทางจากบ้านตั้งแต่ หกโมงเช้า พวกเราเหมารถตู้จากอำเภอบัวเชดเพื่อเดินทางในครั้งนี้ ทีมงานของเราแวะรับประทานอาหารเช้า ตอน 10 โมง ที่ "หาดคูเดื่อ"

นี่เป็นตรั้งแรกของเราที่ได้มาเห็นหาดแห่งนี้ เคยได้ยินแต่ชื่อมานาน ได้มีโอกาสมาเห็นเต็มตาก็วันนี้เอง ลักษณะหาดก็เป็นหาดทรายที่ทอดยาวตามลำน้ำมูลนั่นเอง ภูมิทัศน์ธรรมดาไม่ได้แปลกตาแต่อย่างใด ตัวที่เป็นจุดที่น่าสนใจคือแพกลางน้ำสำหรับ ให้นักท่องเที่ยวนั่งชมทิวทัศน์และรับประทานอาหารเลิศรสพร้อมทั้งเหม่อมองลำนำมูลที่ไหลเอื่อยและชมวิถีชีวิตของคนหาปลาในลำน้ำ




เสร็จจากรับประทานอาหารแล้วเราและทีมงานก็นั่งรถตู้บ่ายหน้าไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีทันที เมื่อไปถึงเห็นแต่ผู้คนจอแจ แน่นขนัด สังเกตใบหน้าของแต่ละคนดูเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไปตาม ๆ กัน

ทีมงานของเราได้นัดแนะการเยี่ยมชมงานแล้วต่างก็แยกย้ายกันเดินทางเป็น 2 ทีม ทีมที่เราเดินด้วยนั้นเป็นทีมที่มีท่านผู้อำนวยการโรงเรียน ท่านรองผู้อำนวยการโรงเรียน ครูชำนาญการหนุ่มประจำโรงเรียน 1 คน และตัวเรานั่นเอง
จาก อุบลราชธานี



ทีมงานของเราเดินดูงานและถ่ายภาพที่ประทับใจไปเรื่อย ๆ เราก็เดินดูเดินชมไปเรื่อย ๆ มีหลายโรงเรียนที่นำผลงานมาแสดง เราสนใจดูในส่วนของการจัดสวนหน้าโรงเรียนต่าง ๆมากกว่า เราชอบการจัดและตกแต่งผ้าและการวางดอกไม้ ต้นไม้ ตลอดจน นำตก นำไหล เราว่ามันเป็นธรรมชาติดี ดอกไม้หลากสีที่นำมาประดับ ตกแต่ง นั้นสวยงามจริง ๆ

จาก อุบลราชธานี


เราเดินชมไปเรื่อย ๆ ขณะที่เดินชมนั้นเสียงดนตรีพื้นเมืองอีสานก็ดังมาเป็นจังหวะ ไม่ขาดสาย เป็นเพลงหมอลำ โปงลาง หรือบางโรงเรียนก้เป็นเพลงกันตรึมอันเป็นเพลงพื้นบ้านอีสานใต้ของเรา เดินชมไปฟังไปมันแช่มชื่นหัวใจดี
เราสนใจงานของโรงเรียนหลายโรงที่นำมาแสดง โรงเรียนที่เป็นจุดเด่นโรงเรียนแรกของเราคือการเลี้ยงกบในขวดพลาสติค (ขวดนำดื่มขนาดเท่าแกลลอน) เขาออกแบบขวดให้เหมาะกับอายุของกบ ให้กบไปอยู่ในขวดนั้นๆ โดยไม่ต้องเลี้ยงในบ่อกบ กบก็เจริญเติบโตในขวดนั้นจนโตเต็มวัย พอที่จะจำหน่ายได้ แต่เรามองไปเหมือนกบมันเศร้านะ มันไม่ได้ออกไปกระโดดเล่นที่ไหนเลย ชีวิตนี้มีแต่กินและนอนเท่านั้น



โรงเรียนที่เราสนใจอีกโรงเรียนหนึ่งคือโรงเรียนที่นำภาพวาดของนักเรียนที่มีฝีมือมาทำเป็นบัตรอวยพร เราว่าเด็กคนนี้มีความสามารถมากนะ เด็กคนเดียววาดภาพได้มากมายและที่สำคัญฝีมือการวาดของเด็กคนนี้ไปไกลถึงระดับโลก ทั้ง ๆ ที่เด็กคนนี้เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เอง ทำอย่างไรหนอถึงจะพัฒนาฝีมือการวาดของนักเรียนตนเองได้ จะได้นำออกไปแสดงอย่างโรงเรียนนี้บ้าง
โรงเรียนอีกโรงเรียนหนึ่งคือโรงเรียนที่เอาสับปะรดเป็นลูก ๆ มาเสียบตกแต่งเป็นสวนหย่อมหน้าเต็นท์ เราว่าคนคิดนี่มีแนวคิดไม่เลวเลย มองไปน่ารักและเก๋ไม่ซ้ำใครทีเดียว พวกเราต่างพากันถ่ายภาพไว้พร้อมทั้งแอบยิ้มกันทุกคนในแนวคิดอันกระฉูดของโรงเรียนนี้


โรงเรียนสุดท้ายที่เราประทับใจคือโรงเรียน แห่งหนึ่งที่เขานำดนตรีพื้นบ้านอีสานใต้คือกันตรึมมาแสดงหน้าเต็นท์ โดยนักแสดงคือเด็กนักเรียนนั่นเอง นักเรียนเหล่านี้น่าจะเป็นนักเรียนมัธยมศึกษา พวกเขาเหล่านี้สามารถบรรเลงเพลงกันตรึมได้อย่างไพเราะเพราะพริ้งเหมือนมืออาชีพทีเดียว เราหยุดฟังตั้งนานและประทับใจที่สุด ฟังแล้วคิดถึงนักเรียนที่โรงเรียนหากมีโอกาสนักเรียนที่โรงเรียนน่าจะเล่นเพลงเหล่านี้ได้ถ้ามีวิทยากรด้านนี้ไปสอนที่โรงเรียนโดยเฉพาะ
ทีมงานของเราแวะเดินชมตามที่ต่าง ๆไปเรื่อย ๆ



ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ได้เวลากลับ มีรถตู้ของเรามารอรับที่หน้าประตูทางเข้า เราเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย เหลือทิ้งไว้แต่ความประทับใจไม่รู้ลืม เสียงแคนพิณ โปงลางและเครื่องดนตรีชนิดอื่นตามมาส่งเราในความทรงจำจนกระทั่งถึงบ้าน ไม่นานหรอกหนาเราคงจะมีโอกาสมาเยือนสถานที่แห่งความอบอุ่นที่นี่อีก อุบลราชธานี (ดินแดนแห่งดอกบัวงาม)




จาก อุบลราชธานี