งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคอีสาน ประจำปี 2552
ก่อนอื่น ขอเปลี่ยนคำเรียกตนเองว่า "เรา" แทน คำว่า "ข้าพเจ้า" เพราะว่าฟังดูแล้วเป็นกันเองดี และขอเรียกท่านผู้ชมว่า "เพื่อน ๆ" เพราะฟังแล้วมีความหมายดี และมีความยิ่งใหญ่ในความรู้สึก
วันนี้มีเรื่องจะนำมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์การไปศึกษาดูงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคอีสาน ประจำปี 2552 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ในวันที่ 9 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา
โรงเรียนบ้านศรีมงคล ของเรานั้น มีโอกาสพาเราและคณะครูในโรงเรียนจำนวน 7 คน ไปศึกษาดูงานนี้ ในวันพุธ ที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา พวกเราเดินทางจากบ้านตั้งแต่ หกโมงเช้า พวกเราเหมารถตู้จากอำเภอบัวเชดเพื่อเดินทางในครั้งนี้ ทีมงานของเราแวะรับประทานอาหารเช้า ตอน 10 โมง ที่ "หาดคูเดื่อ"
นี่เป็นตรั้งแรกของเราที่ได้มาเห็นหาดแห่งนี้ เคยได้ยินแต่ชื่อมานาน ได้มีโอกาสมาเห็นเต็มตาก็วันนี้เอง ลักษณะหาดก็เป็นหาดทรายที่ทอดยาวตามลำน้ำมูลนั่นเอง ภูมิทัศน์ธรรมดาไม่ได้แปลกตาแต่อย่างใด ตัวที่เป็นจุดที่น่าสนใจคือแพกลางน้ำสำหรับ ให้นักท่องเที่ยวนั่งชมทิวทัศน์และรับประทานอาหารเลิศรสพร้อมทั้งเหม่อมองลำนำมูลที่ไหลเอื่อยและชมวิถีชีวิตของคนหาปลาในลำน้ำ
เสร็จจากรับประทานอาหารแล้วเราและทีมงานก็นั่งรถตู้บ่ายหน้าไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีทันที เมื่อไปถึงเห็นแต่ผู้คนจอแจ แน่นขนัด สังเกตใบหน้าของแต่ละคนดูเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไปตาม ๆ กัน
ทีมงานของเราได้นัดแนะการเยี่ยมชมงานแล้วต่างก็แยกย้ายกันเดินทางเป็น 2 ทีม ทีมที่เราเดินด้วยนั้นเป็นทีมที่มีท่านผู้อำนวยการโรงเรียน ท่านรองผู้อำนวยการโรงเรียน ครูชำนาญการหนุ่มประจำโรงเรียน 1 คน และตัวเรานั่นเอง
ทีมงานของเราเดินดูงานและถ่ายภาพที่ประทับใจไปเรื่อย ๆ เราก็เดินดูเดินชมไปเรื่อย ๆ มีหลายโรงเรียนที่นำผลงานมาแสดง เราสนใจดูในส่วนของการจัดสวนหน้าโรงเรียนต่าง ๆมากกว่า เราชอบการจัดและตกแต่งผ้าและการวางดอกไม้ ต้นไม้ ตลอดจน นำตก นำไหล เราว่ามันเป็นธรรมชาติดี ดอกไม้หลากสีที่นำมาประดับ ตกแต่ง นั้นสวยงามจริง ๆ
เราเดินชมไปเรื่อย ๆ ขณะที่เดินชมนั้นเสียงดนตรีพื้นเมืองอีสานก็ดังมาเป็นจังหวะ ไม่ขาดสาย เป็นเพลงหมอลำ โปงลาง หรือบางโรงเรียนก้เป็นเพลงกันตรึมอันเป็นเพลงพื้นบ้านอีสานใต้ของเรา เดินชมไปฟังไปมันแช่มชื่นหัวใจดี
เราสนใจงานของโรงเรียนหลายโรงที่นำมาแสดง โรงเรียนที่เป็นจุดเด่นโรงเรียนแรกของเราคือการเลี้ยงกบในขวดพลาสติค (ขวดนำดื่มขนาดเท่าแกลลอน) เขาออกแบบขวดให้เหมาะกับอายุของกบ ให้กบไปอยู่ในขวดนั้นๆ โดยไม่ต้องเลี้ยงในบ่อกบ กบก็เจริญเติบโตในขวดนั้นจนโตเต็มวัย พอที่จะจำหน่ายได้ แต่เรามองไปเหมือนกบมันเศร้านะ มันไม่ได้ออกไปกระโดดเล่นที่ไหนเลย ชีวิตนี้มีแต่กินและนอนเท่านั้น
โรงเรียนที่เราสนใจอีกโรงเรียนหนึ่งคือโรงเรียนที่นำภาพวาดของนักเรียนที่มีฝีมือมาทำเป็นบัตรอวยพร เราว่าเด็กคนนี้มีความสามารถมากนะ เด็กคนเดียววาดภาพได้มากมายและที่สำคัญฝีมือการวาดของเด็กคนนี้ไปไกลถึงระดับโลก ทั้ง ๆ ที่เด็กคนนี้เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เอง ทำอย่างไรหนอถึงจะพัฒนาฝีมือการวาดของนักเรียนตนเองได้ จะได้นำออกไปแสดงอย่างโรงเรียนนี้บ้าง
โรงเรียนอีกโรงเรียนหนึ่งคือโรงเรียนที่เอาสับปะรดเป็นลูก ๆ มาเสียบตกแต่งเป็นสวนหย่อมหน้าเต็นท์ เราว่าคนคิดนี่มีแนวคิดไม่เลวเลย มองไปน่ารักและเก๋ไม่ซ้ำใครทีเดียว พวกเราต่างพากันถ่ายภาพไว้พร้อมทั้งแอบยิ้มกันทุกคนในแนวคิดอันกระฉูดของโรงเรียนนี้
โรงเรียนสุดท้ายที่เราประทับใจคือโรงเรียน แห่งหนึ่งที่เขานำดนตรีพื้นบ้านอีสานใต้คือกันตรึมมาแสดงหน้าเต็นท์ โดยนักแสดงคือเด็กนักเรียนนั่นเอง นักเรียนเหล่านี้น่าจะเป็นนักเรียนมัธยมศึกษา พวกเขาเหล่านี้สามารถบรรเลงเพลงกันตรึมได้อย่างไพเราะเพราะพริ้งเหมือนมืออาชีพทีเดียว เราหยุดฟังตั้งนานและประทับใจที่สุด ฟังแล้วคิดถึงนักเรียนที่โรงเรียนหากมีโอกาสนักเรียนที่โรงเรียนน่าจะเล่นเพลงเหล่านี้ได้ถ้ามีวิทยากรด้านนี้ไปสอนที่โรงเรียนโดยเฉพาะ
ทีมงานของเราแวะเดินชมตามที่ต่าง ๆไปเรื่อย ๆ
ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ได้เวลากลับ มีรถตู้ของเรามารอรับที่หน้าประตูทางเข้า เราเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย เหลือทิ้งไว้แต่ความประทับใจไม่รู้ลืม เสียงแคนพิณ โปงลางและเครื่องดนตรีชนิดอื่นตามมาส่งเราในความทรงจำจนกระทั่งถึงบ้าน ไม่นานหรอกหนาเราคงจะมีโอกาสมาเยือนสถานที่แห่งความอบอุ่นที่นี่อีก อุบลราชธานี (ดินแดนแห่งดอกบัวงาม)