วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ความประทับใจในวัดปทุมวดี

ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม วัดปทุมวดีในกรุงพนมเป็ญในวันที่ 3 ของการพักอาศัยในกรุงพนมเป็ญ วันนั้นเองทีมงานของพวกเราก็ได้แวะเยี่ยมชมวัดพนมโดนเป็ญในตอนเช้า โดยได้มีพระภิกษุจำนวน 2 รูปได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์พาพวกเราเที่ยวชมในเช้านี้

จาก Cambodia_Trip


จุดนัดพบของทีมงานเราคือที่นาฬิกาไฟฟ้าขนาดยักษ์ อันเป็นนาฬิกาที่ใช้กระแสไฟฟ้าเป็นตัวเดินเครื่อง นาฬิกานี้มีความน่าสนใจคือเป็นนาฬิกาที่สร้างในครั้งที่ชาวฝรั่งเศสได้ยึดครองกัมพูชาเป็นอาณานิคม ภายในตัวเรือนหน้าปัดตกแต่งด้วยต้นไม้ ดอกไม้ถูกออกแบบให้เป็นสวนหย่อม
จาก Cambodia_Trip


มัคคุเทศก์จำเป็น(พระภิกษุจำนวน 2รูป) ได้พาทีมงานของเราขึ้นไปชมข้างบนของตัวปรางค์ของวัด การขึ้นไปข้างบนนี้ต้องขึ้นบันไดหลายชั้นหลายขั้นทีเดียว กว่าจะขึ้นได้ทีมงานของเราก็ถึงกับหอบไปตาม ๆ กัน เนื่องจากว่าในชีวิตประจำวันขาดการออกกำลังกายนั่นเอง เมื่อขึ้นไปถึงห้องโถงสักการะบูชาแล้ว ทีมงานของเราก็เข้าไปกราบไหว้รูปเคารพของคุณยายเป็ญ ขณะที่กำลังกราบไหว้สักการะอยู่นั้น ข้าพเจ้ามีความปลื้มปีติยินดีเป็นยิ่งนัก ข้าพเจ้าอธิษฐานจิตถึงคุณยายเป็ญเป็นภาษาเขมรว่า "ข้าพเจ้าเป็นคนเขมรสุรินทร์ มีโอกาสได้มาเคารพสักการะคุณยายแล้ว ขอให้คุณยายช่วยปกป้องคุ้มครองข้าพเจ้าและทีมงานของพวกเราด้วย"
สิ้นเสียงคำอธิษฐานจิตใจของข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่นและเป็นสุขอย่างยิ่งเสมือนว่าคุณยายได้รับรู้ในสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐานแล้ว ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐานถึงคุณยายอีกครั้งจากห้วงลึกของหัวใจในขณะนี้ว่า "ข้าพเจ้าจะต้องหาโอกาสไปเคารพสักการะคุรยายอีกหลาย ๆ ครั้งในชีวิต"

เสร็จจากแสดงความเคารพสักการะคุณยายเป็ญ มัคคุเทศก์จำเป็นพาทีมงานของเราไปเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในวัดแห่งนี้ พวกเราได้เดินชมสิ่งที่จัดแสดงมากมายแต่ที่ข้าพเจ้าประทับใจคือ รูปปั้นเหตุการณ์จำลองของกรุงพนมเป็ญในครั้งที่เขมรแดงเข้ายึดครองเมือง
ข้าพเจ้ามองดูรูปปั้นเหตุการณ์จำลองนี้ให้รู้สึกเศร้าสลดใจเป็นยิ่งนัก ประชาชนทุกหย่อมหญ้าต่างได้รับทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส มีหลายรายที่ต้องเอาชีวิตมาสังเวยกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าได้แต่อธิษฐานจิตว่า "ขอให้เหตุการณ์อันเลวร้ายนี้ อย่าได้บังเกิดขึ้นอีกเลย"
จาก Cambodia_Trip

เมื่อเดินชมพิพิธภัณฑ์จนหมดทุกสิ่งที่นำเสนอแล้ว ทีมงานของเราก็เดินมาพบกันที่จุดเริ่มต้นคือนาฬิกายักษ์นั่นเอง เมื่อทุกคนมากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ทีมงานของเราจึงเดินทางไปที่วัดปทุมวดี อันเป็นวัดที่พระสงฆ์จากกัมพูชากรอมได้จำพรรษาเพื่อศึกษาหลักธรรม คำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและศึกษาในส่วนของวิชาความรู้ทางโลก

ทันทีที่ทีมงานของเรามาถึงพระสงฆ์และศิษย์วัดทั้งหลายต่างมาต้อนรับ เท่าที่ข้าพเจ้านับด้วยสายตานั้นน่าจะมีพระสงฆ์ที่จำวัดอยู่ในกุฏิแห่งนี้ประมาณ 30 กว่ารูป มีศิษย์วัด ประมาณ 10-15 คน ทีมงานของเราไปถึงในขณะที่เป็นเวลาฉันเพล พวกเราได้รับเกียรติให้ไปร่วมในขณะที่พระสงฆ์กำลังฉันเพลด้วย มีสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจหาชมได้เลยในเมืองไทยคือขณะที่พระสงฆ์กำลังฉันภัตตาหารอยู่นั้นบรรดาศิษย์วัดทั้งหลายจะสวดทำวัดเที่ยงเป็นภาษาบาลี-สันสกฤต แปลเป็นภาษาเขมร เสียงสวดก้องกังวานไปทั่ว ฟังแล้วรู้สึกมีความสงบร่มเย็นในหัวใจยิ่งนัก ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจในเสียงสวดไม่หายแม้กระทั่งจนบัดนี้ ปกติเคยเห็นแต่พระสงฆ์สวดให้ญาติโยมฟัง แต่คราวนี้ลูกสิษย์วัดสดมนต์ให้พระสงฆ์ฟัง น่าประทับใจจริง ๆ ถือเป็นความรู้ใหม่และประสบการณ์ใหม่ของข้าพเจ้าเลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น